ถุงยางอนามัยแตก

This post is also available in: English (อังกฤษ) 简体中文 (จีนประยุกต์) 한국어 (เกาหลี)

คุณสามารถปรึกษาคลินิกสุขภาพทางเพศในพื้นที่เกี่ยวกับ  PEP และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหน้า HIV & AIDS 

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยที่คุณเป็นฝ่ายรับ ให้ดำเนินการดังนี้

  • หยุดให้บริการทันที
  • ขจัดน้ำอสุจิที่รั่วออกโดยการนั่งยองๆ แล้วออกแรงเบ่ง
  • ปัสสาวะออกเพื่อขับสารคัดหลั่งที่อาจตกค้างบริเวณท่อปัสสาวะ
  • อาจต้องใช้นิ้วตักน้ำอสุจิที่หลงเหลืออยู่หรือเกี่ยวถุงยางอนามัยที่แตกออก แต่ระวังอย่าใช้เล็บเกา
  • ล้างบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดหมดจด
  • ไม่แนะนำให้สวนล้าง เพราะอาจทำให้เยื่อบุผนังช่องคลอดระคายเคือง หรือดันน้ำอสุจิให้เข้าไปในช่องคลอดลึกกว่าเดิม จนเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ (ในบางกรณี) 
  • หากรู้สึกว่าเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ ให้รับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง ไม่แนะนำให้ใช้ยาฆ่าอสุจิ
  • ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ภายใน 7 วัน และควรตรวจให้เร็วขึ้น หากมีอาการ
  • ขอ PEP ทันที (ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสผู้ติดเชื้อ) หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV คุณสามารถปรึกษาคลินิกสุขภาพทางเพศในพื้นที่เกี่ยวกับการขอรับ PEP 

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยที่คุณเป็นฝ่ายรับ ให้ดำเนินการดังนี้

  • หยุดให้บริการทันที
  • นั่งบนโถส้วมและเบ่งเพื่อไล่น้ำอสุจิออกให้ได้มากที่สุด
  • ล้างบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดหมดจด
  • ไม่แนะนำให้สวนล้าง เพราะอาจเป็นการดันน้ำอสุจิให้เข้าไปลึกกว่าเดิม จนเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ
  • ไม่แนะนำให้ใช้ยาฆ่าอสุจิ
  • ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในวันที่ 7 และควรตรวจให้เร็วขึ้น หากมีอาการ
  • ขอ PEP ทันที (ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสผู้ติดเชื้อ) หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV คุณสามารถปรึกษาคลินิกสุขภาพทางเพศในพื้นที่เกี่ยวกับการขอรับ PEP

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนักโดยเป็นฝ่ายรุก ให้ดำเนินการดังนี้

  • ปัสสาวะและล้างบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดหมดจด โดยเฉพาะบริเวณภายในของหนังหุ้มปลายองคชาต
  • ขอรับยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หากเข้าข่าย
  • ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในวันที่ 7 และควรตรวจให้เร็วขึ้น หากมีอาการ
  • ขอ PEP ทันที (ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสผู้ติดเชื้อ) หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV คุณสามารถปรึกษาคลินิกสุขภาพทางเพศในพื้นที่เกี่ยวกับการขอรับ PEP

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์โดยเป็นผู้ใช้ปาก ให้ดำเนินการดังนี้

  • คุณสามารถบ้วนทิ้งหรือกลืนก็ได้แล้วแต่คุณ แนะนำให้กลืนแทนการบ้วนทิ้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV เนื่องจากในช่องปากมีแนวโน้มที่จะมีช่องทางให้เชื้อ HIV เข้าสู่กระแสเลือดของคุณได้มากกว่าลำคอและหลอดอาหารที่ต่อไปยังกระเพาะของคุณ และเมื่อน้ำหล่อลื่นและอสุจิไหลลงสู่กระเพาะอาหารแล้ว กรดในกระเพาะอาหารจะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในสารคัดหลั่งได้ อย่างไรก็ตาม หนองในเทียมและหนองในแท้ที่ติดเชื้อในคอ มาจากสารคัดหลั่งที่อยู่ในปาก ดังนั้นไม่ว่าจะบ้วนทิ้งหรือกลืน ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เท่ากัน โรคซิฟิลิสสามารถติดต่อทางจุดใดก็ได้ในช่องปาก ดังนั้นถือว่ามีความเสี่ยงเท่ากันไม่ว่าจะบ้วนทิ้งหรือกลืน
  • บ้วนปากด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง
  • ห้ามแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หรือรับประทานอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังให้บริการ
  • ระหว่างการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ครั้งต่อไป ให้ขอให้เจ้าหน้าที่ใช้ไม้สวอบเก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณคอเพื่อตรวจ

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะที่เป็นฝ่ายรับ ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก ให้ดำเนินการดังนี้

  • ปัสสาวะและล้างบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดหมดจด โดยเฉพาะบริเวณภายในของหนังหุ้มปลายองคชาต
  • ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในวันที่ 7 และควรตรวจให้เร็วขึ้น หากมีอาการ

หากถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดขณะทำ trick sex (การมีเพศสัมพันธ์ภายนอกในลักษณะที่ลูกค้าจับองคชาตของตนเองมาถูที่ต้นขาหรือแก้มก้นด้านในของผู้ให้บริการ)

  • ล้างบริเวณที่องคชาตสัมผัสและบริเวณที่เปื้อนน้ำอสุจิโดยใช้น้ำสบู่อุ่นๆ

เพิ่มเติม

  • ใช้ถุงยางอนามัยกับคู่นอนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรักหรือคู่สมรส จนกว่าจะทราบผลการตรวจโรค